กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,
พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว,
พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดย เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, เภสัชกร มรกต จรูญวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์และการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.นพ. พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งกระจายสินค้าเยลลี่ผสมกัญชา ในพื้นที่ย่านถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ( กก.4 บก.ปคบ.) เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ว่าพบครอบครัว พ่อ แม่ ลูก จำนวน 3 ราย ในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี รับประทานขนมผสมกัญชาแล้วเกิดอาการรุนแรง เกร็ง ชักกระตุก ไม่รู้สึกตัวจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนลูกเป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ มีอาการซึมคาดว่าอาจรับประทานไปไม่มาก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ทราบภายหลังว่าเยลลี่ดังกล่าวมีส่วนผสมของกัญชา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้รับการประสานจาก อย.จึงได้สืบสวน ขยายผล ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีแหล่งจำหน่ายอาหารประเภทเยลลี่กัญชาในพื้นที่ ย่านบรรทัดทอง กรุงเทพมหานคร ซึ่งลักษณะบรรจุภัณฑ์คล้ายกับขนมเยลลี่ที่มีขายทั่วไปสำหรับเด็ก เพื่อจูงใจกลุ่มผู้บริโภค โดยมีการโฆษณาจำหน่ายผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับ อย. และเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นำหมายค้นของศาลแขวงปทุมวัน เข้าตรวจค้นอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พบ น.ส.เสาวลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น โดยมีการใช้อาคารดังกล่าวบริเวณชั้น 2 เป็นร้านขายกัญชาและช่อดอก และพบผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเยลลี่ผสมกัญชา ไม่มีการแสดงฉลากภาษาไทยและไม่มีเลขสารบบอาหาร (อย.) จำนวน 90 ชิ้น มูลค่า 50,000 บาท จึงได้ตรวจยึด ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี
จากการสอบถาม น.ส.เสาวลักษณ์ ฯ รับว่าเป็นลูกจ้างมีหน้าที่ ขายเยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชา ชิ้นละ 80 บาท โดยจะขายให้กับประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่สนใจ เปิดจำหน่ายมาแล้วประมาณ 1 ปี
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. จะได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยืนยันผลตรวจหากพบตรวจวิเคราะห์พบ THC และ CBD เกินตามประกาศที่กำหนดไว้ จะได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542
ฐาน “จำหน่ายสมุนไพรควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
ฐาน “ผลิต และจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง” โทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็ก ควรห้ามรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา สำหรับผู้ใหญ่หากจะรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผลมของกัญชา ควรเลือกซื้อรายการที่ผ่านการอนุญาต จาก อย.แล้ว ซึ่งต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย โดยผลิตภัณฑ์ที่ อย. อนุญาตต้องมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งต้องไม่เกิน 1.6 มิลลิกรัมต่อขวด/กล่อง/ซอง) โดย อย.เข้มงวดในการพิจารณาสูตรส่วนประกอบ และได้กำหนดให้ฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา แสดงข้อแนะนำการบริโภคเพื่อความปลอดภัย เช่น "ไม่ควรบริโภคเกินวันละ 2 หน่วยบรรจุ (ขวด/กล่อง/ซอง)" และแสดงข้อความคำเตือนที่เห็นได้ชัดเจนบนฉลากผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน” “หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันที” “ผู้ที่แพ้หรือไวต่อสาร THC หรือ CBD ควรระวังในการรับประทาน”
จึงขอเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลาน ห้ามเด็กกินเยลลี่ผสมกัญชาที่ลักลอบผลิตและนำเข้าโดยไม่มีเลขสารบบอาหาร เสี่ยงอันตราย โดยให้สังเกตบนซองขนมไม่มีฉลากภาษาไทย และพบภาพสัญลักษณ์ หรือข้อความเกี่ยวกับกัญชา เช่น ภาพใบกัญชา ข้อความ Cannabis หรือ CA หรือ THC ไม่ควรเอามาบริโภคหรือรับประทาน
ทั้งนี้ อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะร่วมกันเฝ้าระวังทั่วประเทศ ซึ่งหากพบการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที และหากสงสัยว่า มีการกระทำฝ่าฝืน หรือมีข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามหรือแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
ดร.นพ. พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายสมุนไพรควบคุมกัญชา ของร้านจำหน่ายกัญชา โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยมุ่งเน้นการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ การใช้กัญชาในทางที่ผิด รวมถึงการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชา ตลอดจนควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการให้บริการให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว เน้นย้ำ ขอให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับทุกคนที่มาเยือนจุดหมายปลายทางยอดนิยมหลายแห่ง
ของประเทศไทย การลงพื้นที่ดำเนินการทุกครั้ง ไม่เพียงแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า กระทรวงสาธารณสุขห่วงใยและไม่อยากให้เกิดการละเมิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของสังคมไทย
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้นำกัญชามาใช้ผิดวัตถุประสงค์ทางการแทพย์ โดยผสมกับเยลลี่ คุ้กกี้ ขนมหรืออาหารประเภทต่างๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม มึนเมา ซึ่งการนำมาผสมใทำนขนมที่มีลักษณะ สีสันน่ารับประทาน อาจทำให้เด็ก เยาวชน หรือประชาชนทั่วไปเข้าถึงง่าย และรับประทานโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เกิดอันตรายตามที่ปรากฏเป็นข่าว และฝากความห่วงใยถึงผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวังขนมประเภทต่างๆ ที่มีส่วนผสมของกัญชาที่อาจแพร่ระบาดไปยังชุมชนหรือใกล้สถานศึกษาทำให้เด็กหรือเยาวชนบริโภคโดยไม่รู้เท่าทัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกวาดล้าง จับกุมอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค




